2007/Mar/11


ก็คงจะได้เข้าฉายกันไปแล้วสำหรับหนังน่ารักๆ อย่างแมงมุมเพื่อนรักซึ่งใครหลายๆคนก็คงจะเคยเรียนในวิชาภาษาไทย เป็นหนังสืออ่านนอกเวลา ที่ยอมรับอ่านได้สนุกมากๆโดยผ่านตัวละครที่ชื่อเจ้าหมู วิลเบอร์

และแมงมุมสาว ชาร์ล็อตต์

ใน "Charlottes Web"หมูตัวน้อยพบว่าพลังที่มีอำนาจ มากที่สุดในโลกคือพลังมิตรภาพหลังจากเฟิร์น (ดาโกต้า แฟนนิ่ง) ได้ช่วยเหลือเจ้าหมูวิลเบอร์ที่เกือบจะต้องสังเวยชีวิตในฐานะ ลูกหมูตัวเล็กที่สุดของครอก วิลเบอร์กลายเป็นสมาชิกตัวล่าสุด ของโรงนา วิลเบอร์มีอากัปกริยาตามแบบเด็กที่ทำให้มันใสซื่อ ต่อสัตว์อื่นๆ ในโรงนา แต่สำหรับชาร์ล็อตต์ แมงมุมที่อาศัยอยู่บนขื่อ ทั้งคู่กลายเป็นเพื่อนต่อกัน มิตรภาพที่พัฒนาไปของลูกหมูกับแมงมุม ถูกแสดงให้เห็นว่าเป็นมิตรภาพที่ยั่งยืนคงทนขณะที่สัตว์ตัวอื่นๆ เปิดเผยว่าชีวิตของหมูน้อยวิลเบอร์ช่างสั้นนัก ดูเหมือนมีเพียงปาฏิหาริย์เท่านั้นที่จะช่วยชีวิตของวิลเบอร์ได้ แต่ชาร์ล็อตต์ผู้มุ่งมั่นพยายามชักใยบอกให้ชาวไร่รู้ว่าวิลเบอร์คือ หมูพิเศษ และคุ้มค่ากับการจะช่วยเหลือชีวิตมันไว้ ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างจากหนังสือเด็กที่ขายดีที่สุดตลอดกาล ผลงานเรื่องราวที่น่ารักและมหัศจรรย์ของอีบี ไวต์ที่ว่าด้วยเรื่องของความซื่อสัตย์และความเสียสละ

ดาโกต้า แฟนนิ่ง เสียงไทยพากษ์โดย โฟกัส จิระกุล

วิลเบอร์ เสียงไทยพากษ์โดย ธัญญาฤทธิ์ พิทักษ์ติกุล (เกตต์ แฟนฉัน)

จูเลีย โรเบิร์ตส์ ให้เสียงพากย์เป็นชาร์ล็อตต์ เสียงไทยพากษ์โดย แอน ทองประสม

ผู้กลายเป็นทั้งเพื่อนซี้และผู้ช่วยชีวิตวิลเบอร์

ที่เข้ามาร่วมทีมให้เสียงพากย์ในภาพยนตร์เรื่อง Charlottes Web

ด้วยก็คือสตีฟ บุสเซมี่ในบทเทมเปิลตัน

เสียงไทยพากษ์โดย กรรชัย กำเนิดพลอย หนูช่างเย้ยหยันแห่งโรงนา

โอปราห์ วินฟรีย์ให้เสียงพากย์เป็นกัสซี่

ห่านที่ไร้ความเคารพแต่มีความเป็นแม่

เซดริค ดิ เอนเตอร์เทนเนอร์ ให้เสียงพากย์เป็นกอลลี่ สามีของกัสซี่

จอห์น คลีสให้เสียงพากย์เป็นซามวล แกะจอมบงการ

โรเบิร์ต เรดฟอร์ดให้เสียงพากย์เป็นไอก์ ม้าที่กลัวแมงมุม

เคธี่ เบตส์และรีบ้า แม็คเอนไทร์ให้เสียงพากย์เป็นวัวช่างประชดที่ชื่อบิทซี่และเบ็ทซี่

และโธมัส เฮเด้น เชิร์ชและอังเดร เบนจามินให้เสียงพากย์เป็นบรูกส์และเอลวิน อีกาสมองทึบ

2007/Mar/07

ญี่ปุ่นเป็นประเทศหมู่เกาะซึ่งประกอบไปด้วยเกาะต่างกว่า4,000 เกาะเรียงรายเป็นแนวยาวจากด้านตะวันตกเฉียงเหนือของมหาสมุทรแปซิฟิกและตั้งอยู่ทางตะวันออกสุดของโลกจึงเป็นที่มาของชื่อ " ดินแดนอาทิตย์อุทัย " มีพื้นที่ประมาณ377,200 ตารางกิโลเมตรความยาวจากเหนือจรดใต้ประมาณ2,800 กิโลเมตรญี่ปุ่นมีขนาดเล็กกว่าไทยประมาณ0.7 เท่าแต่มีประชากรมากกว่าประมาณ2 เท่าญี่ปุ่นประกอบไปด้วยเกาะหลัก4 เกาะคือฮอกไกโดฮอนชูชิโกกุและคิวชิว

เกาะฮอนชูซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดนั้นยังแบ่งเป็น5 ภาคเรียงจากเหนือลงมาคือโทโฮะกุคันโตจูบุคิงคิและจูโงกุมีจังหวัดต่างทั้งหมด 47 จังหวัด ( Prefecture ) แบ่งเป็นเมืองต่างรวมทั้งหมดมากกว่า650 เมืองโดยมีโตเกียวเป็นเมืองหลวงของประเทศ

เนื่องจากญี่ปุ่นเป็นประเทศตอนกลางของเขตอบอุ่นจึงมีภูมิอากาศแบบอบอุ่นฤดูใบไม้ผลิ (ฮารุ) มีอากาศที่สบายน่าอยู่อาศัยต้นไม้เริ่มผลิดอกออกใบในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิมีดอกซากุระบานสะพรั่งไล่จากคิวชูไปจนถึงฮอกไกโดเป็นที่สุดท้ายฤดูร้อน (นัตซึ) อากาศค่อนข้างร้อนแบบเหนอะหนะฤดูใบไม้ร่วง (อะกิ) อากาศแห้งและเย็นสบายใบไม้กลายเป็นสีเหลืองทองในขณะที่ฤดูหนาว (ฟุยุ) อากาศค่อนข้างหนาวเย็น

ช่วงที่มีฝนตกมากที่สุดอยู่ในเดือนมิถุนายนไปจนถึงกลางเดือนกรกฎาคม
ช่วงที่มีพายุไต้ฝุ่นจะอยู่ในช่วงเดือนสิงหาคม - กันยายน

ช่วงที่ร้อนที่สุดคือเดือนสิงหาคม

เวลาในญี่ปุ่นจะเร็วกว่าประเทศไทย2 ชั่วโมง

ญี่ปุ่นเป็นประเทศหนึ่งในบรรดาประเทศที่มีประชากรหนาแน่นมากที่สุดในโลกแต่เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่ไม่ราบดังนั้นพื้นที่บางแห่งจึงมีประชากรหนาแน่นกว่าประชากรญี่ปุ่นส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในแถบฝั่งทะเลด้านตะวันออกหรือในภูมิภาคทางใต้ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองขนาดใหญ่ของญี่ปุ่นเมืองที่มีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่นที่สุดได้แก่โตเกียวโอซาก้าโยโกฮามาและนาโงยา

เช่นเดียวกับชาติอื่นๆวัฒนธรรมญี่ปุ่นในปัจจุบันนี้มีหลายรูปแบบเราอาจจะเห็นตึกสูงระฟ้าตั้งอยู่เคียงข้างวัดเก่าแก่วัฒนธรรมญี่ปุ่นประกอบขึ้นจากการผสมกันระหว่างวัฒนธรรมเก่าและใหม่ตะวันออกและตะวันตก

2007/Mar/07

อาหารญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารการกินเป็นอย่างมากอาหารจะได้รับการตกแต่งอย่างปราณีตเน้นความสดและความสวยงามทำให้ผู้ที่ได้ชิมก็ได้รู้สึกว่าได้บริโภคความงามลงไปด้วยอิ่มตาและอิ่มท้องเลยละค่ะร้านอาหารในญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะแขวนโคมแดงอยู่หน้าร้านซึ่งเป็นสัญลักษณ์การกินดื่มของญี่ปุ่นอาหารที่นิยมทานกันในหมู่คนญี่ปุ่นก็จะเป็นจำพวกปลาเช่นปลาทอดตามแบบฉบับของญี่ปุ่นอาหารทะเลอาหารประเภทปิ้งหรือย่างเช่นยากิโตริ (yakitori-ไก่เสียบไม้ปิ้ง) ข้าวปั้นทอดซาซิมิ (sashimi) และโซบะราเม็ง


บะหมี่ : คนญี่ปุ่นนิยมกินบะหมี่กันตลอดทั้งปีบะหมี่มี3 ชนิดหลักๆด้วยกันคือโซบะ, อุด้งและโซเม็ง

โซบะ : ทำจากบักวีตเส้นจะมีสีน้ำตาลบางผู้คนนิยมทานโซบะกันมากที่สุดเพราะติดใจในแป้งบักวีตโดยเฉพาะรสชาติที่อร่อยของเส้นที่ไม่ผสมแป้งชนิดอื่นลงไปมากนักโดยทั่วไปโซบะจะเสิร์ฟพร้อมวาซาบิ (wasabi) หอมหัวใหญ่ฝานน้ำจิ้มทำจากมิริน (mirin-สาเกหวาน) และคัตสึโอะบูชิ (เกล็ดปลาแห้ง) โซบะแบบนี้หากเสิร์ฟแบบเย็นบนซารุหรือถาดไม้ไผ่จะเรียกว่าซารุโซบะ (zarusoba) ซึ่งเป็นอาหารยอดนิยมในหน้าร้อน


โซเม็ง : เป็นบะหมี่นิยมทานในหน้าร้อนเช่นกันเส้นของโซเม็งทำจากข้าวสาลี (sobako-ข้าวสาลี) ดังนั้นเส้นจึงมีสีขาวนวลและเส้นจะบางกว่าโซบะเส้นโซเม็งจะนุ่มสามารถดัดแปลงทำอาหารได้หลายอย่างโซเม็งสามารถเสิร์ฟแบบโงะโมะคุ (gomoku-ห้ารส) โดยโรยไข่เจียวซอยเส้นไก่และผักต่างๆหรือเสิร์ฟแบบโงะมะดาเระ (gomadare) ที่มีมะเขือยาวปลาและชิโสะ (shiso) เป็นเครื่องเคียงเสิร์ฟแบบเย็นก็มีเรียกว่าฮิยะชิ-hiyashi ที่ใส่แต่ซอสถั่วเหลืองผสมน้ำมันงาโซเม็งเป็นอาหารเบาๆที่ช่วยทำให้สดชื่นในหน้าร้อน


อุด้ง : เป็นอาหารยอดนิยมในหน้าหนาวอุด้งทำจากข้าวสาลีและมีเส้นหนาถึงหนามากโดยจะเสิร์ฟพร้อมน้ำซุปซอสถั่วเหลืองร้อนๆหอมหัวใหญ่ฝานผักชนิดต่างๆและไข่อุด้งจะต่างจากโซบะและราเม็งเวลารับประทานตรงที่ไม่ต้องจุ่มเส้นในน้ำซุปก่อนรับประทานเส้นอุด้งจะมีขนาดเส้นที่ใหญ่และเหนียวนุ่มจึงให้ความอบอุ่นเป็นอย่างดีในหน้าหนาว


วิธีการกินบะหมี่ญี่ปุ่นให้อร่อย จะใช้ตะเกียบคีบและกลืนลงคอด้วยเสียงอันดังตามแบบญี่ปุ่นบางคนอาจจะเขินที่กินเสียงดังซู้ดซาดแต่ที่นี่ถือเป็นมารยาทที่ยอมรับกันทั่วไปให้เกียรติแก่คนทำที่ทำบะหมี่อร่อยๆให้ทานผู้เชี่ยวชาญ(การกิน) กล่าวว่าเสียงยิ่งดังยิ่งอร่อยนะจะบอกให้...


ซูชิและซาซิมิ : เป็นการผสมผสานของรสชาติและหน้าตาอาหารอาหารทั้งสองชนิดเป็นอาหารทะเลดิบที่คนญี่ปุ่นโปรดปรานและตอนนี้ก็น่าจะเป็นอาหารยอดฮิตในเมืองไทยด้วยซูชิที่ทีต้องใช้ส่วนผสมคุณภาพดีข้าวก็ต้องผ่านการอบและออกรสเปรี้ยวพอดีส่วนเครื่องโรยหน้าก็ต้องสดคนที่ชอบปลาดิบและอาหารทะเลสดๆทานคู่กับวาซาบิอื้อฮือ..ขึ้นจมูกน้ำหูน้ำตาไหลแต่อาย่อยถ้าไปที่ญี่ปุ่นแล้วยังไม่คุ้นกับเมนูไม่รู้จะทานอะไรดีลองไปนั่งที่ไคเต็นซูชิยะ (kaitensushi-ya) ซึ่งเป็นร้านที่เป็นเคาน์เตอร์มีจานซูชิหน้าต่างๆไหลไปตามสายพานชอบใจอันไหนก็หยิบมาได้เลยแถมราคาไม่แพงอีกด้วย

นาเบโมโนะ : เป็นอาหารประเภทหม้ออุ่นร้อนๆญี่ปุ่นมีอาหารจานร้อน (นาเบะเรียวริ-nabe-ryori) ให้ลิ้มลองทุกพื้นที่นาเบะโมโนะเป็นอาหารของฤดูหนาวที่ขึ้นชื่อนอกจากนี้ยังมีอิชิคารินาเบะที่ใส่ปลาแซลมอนหัวหอมผักกาดขาวเต้าหู้คอนยะกุ(หัวบุก) และชุงงิกุ(ใบตั้งโอ๋), โฮโต (hoto) ที่ใส่อุด้งไดกง(หัวไชเท้า) นินจิน(แครอท) โกะโบหัวหอมผักกาดขาวและไก่และชิรินาเบะที่ใส่เนื้อปลาปักเป้าขาวผักกาดขาวเห็ดเต้าหู้และเส้นหมี่ขาว
ส่วนอาหารจานด่วนแบบโตเกียวคือโอเด็งนาเบะซึ่งใส่มันฝรั่งเต้าหู้บุกไข่ต้มปลาหมึกแครอทหัวไชเท้าสาหร่ายทะเลและอื่นๆตามสูตรโอเด็งเป็นอาหารที่หาซื้อได้ง่ายมีขายตามร้านสะดวกซื้อและให้ความอบอุ่นเป็นอย่างดีในหน้าหนาว

สึเกโมโนะ : ก็คือผักดองแบบญี่ปุ่น(tsukemono) อาหารญี่ปุ่นทุกมื้อจะเสิร์ฟพร้อมสึเกโมโนะซึ่งเป็นเครื่องเคียงเสริมหน้าตาและรสชาติให้อาหารน่ารับประทานมากขึ้นนอกจากนี้ผักดองยังช่วยล้างปากล้างคาวเพื่อลิ้มลองอาหารชนิดใหม่เช่นถ้าทานปลาดิบแล้วตามด้วยผักดองจะช่วยล้างความคาวออกจากปากเพื่อหันไปลองเทมปุระกุ้งที่ชิมความหวานของกุ้งได้เต็มปากเต็มคำส่วนผสมของผักดองจะต่างไปตามฤดูกาลและมีความหลากหลายที่นิยมทานกันทั่วไปคือผักกาดขาวไผ่หัวผักกาดคิวริ(แตงกวาญี่ปุ่น) แฮกเบอร์รี่หัวไชเท้าขิงนะสุ(มะเขือยาวญี่ปุ่น) อูโดะ(หน่อไม้ฝรั่ง) และอื่นๆ



เบ็นโต
: เนื่องจากความรีบเร่งจึงเกิดอาหารจานด่วนที่จัดลงในกล่องสวยงามอาหารกล่องอย่างเบ็นโตราคาไม่แพงซื้อหาสะดวกได้ตามร้านสะดวกซื้อเบ็นโตถึงแม้จะเป็นอาหารราคาประหยัดแต่ก็จัดเรียงอย่างสวยงามในกล่องที่มีช่องเล็กช่องน้อยเพื่อวางอาหารและเครื่องเคียงสังเกตว่าร้านอาหารญี่ปุ่นในเมืองไทยเบ็นโตก็เป็นเมนูที่ได้รับความนิยมจากผู้ที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่นเพราะมีอาหารหลายอย่างบรรจุลงในกล่องเรียกได้ว่าชิมอย่างละนิดละหน่อยแต่หลากหลาย